ผลประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ดีเลิศ

บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลาอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ทั้งข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ สถานการณ์ทางการเงิน และผลการดำเนินงาน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น การกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอก โดยหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ รับผิดชอบนำเสนอข้อมูลต่างๆ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสามารถเข้าถึงได้ผ่านทุกช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อให้นักลงทุนและบุคคลภายนอกสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลราคาหลักทรัพย์

ปรับปรุงเมื่อ : 20 ม.ค. 2564 16:38

SITHAI (THB)

0.65

เปลี่ยนแปลง(% เปลี่ยนแปลง)

-(-%)

ปริมาณซื้อขาย (หุ้น)

1,286,100

ราคาเสนอซื้อ / ปริมาณซื้อขาย (หุ้น)

0.63 / 300,000

ช่วงราคาระหว่างวัน

0.63 - 0.65

ราคาเปิด

0.65

วันก่อนหน้า

0.65

ช่วงราคาใน 52 สัปดาห์

0.44 - 0.80

ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท

ผลการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3/2563 ปรับตัวดีขึ้นโดยขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 และไตรมาส 3/2562 โดยมีรายได้ 1,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 จำนวน 151 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.8 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/2562 จำนวน 354 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.3 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าในไตรมาส 2/2563 ซึ่งผลกระทบจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้หลายกิจการปิดตัวลง อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อรายได้ของประชาชน แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคแล้วในไตรมาส 3/2563 แต่ประชาชนก็ยังมีความกังวลและระมัดระวังการใช้จ่ายอยู่ ส่งผลให้รายได้ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมของกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลงจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2563

กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนจำนวน 35 ล้านบาทหรือร้อยละ 27.1 แต่ลดลงจำนวน 29 ล้านบาทหรือร้อยละ 15.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2562 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 9.7 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.4 ในไตรมาส 2/2563 และร้อยละ 9.4 ในไตรมาส 3/2562 อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ การปรับลดจำนวนบุคลากรให้เหมาะกับกำลังการผลิตและขนาดขององค์กร รวมถึงราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง กลุ่มบริษัทมีขาดทุนจากการดำเนินงานจำนวน 18 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนจากการดำเนินงานต่อยอดขายร้อยละ 1.1 เปรียบเทียบกับขาดทุนจากการดำเนินงานจำนวน 40 ล้านบาท และ 36 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2563 และไตรมาส 3/2562 ซึ่งคิดเป็นอัตราขาดทุนจากการดำเนินงานต่อยอดขายร้อยละ 2.6 และร้อยละ 1.8 ตามลำดับ

กลุ่มบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (“EBITDA”) จำนวน 179 ล้านบาทหรือ EBITDA margin ร้อยละ 10.5 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 23 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.7 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 9 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.3 โดยในไตรมาส 3/2563 นี้มีขาดทุนสุทธิจำนวน 34 ล้านบาท ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯขาดทุนจำนวน 31 ล้านบาท โดยมีขาดทุนต่อหุ้น 0.012 บาท ขาดทุนลดลงจากไตรมาส 2/2563 และไตรมาส 3/2562 ที่ขาดทุนต่อหุ้น 0.021 บาท และ 0.019 บาท ตามลำดับ ดูเอกสารฉบับเต็ม

เอกสารเผยแพร่ล่าสุด