สารจากประธานกรรมการ

ในปี พ.ศ. 2562 นี้ กลุ่มบริษัทศรีไทยฯประสบปัญหาหลายประการที่เกิดจากปัจจัยภายใน ประเทศและต่างประเทศ ทั้งค่าเงินบาทแข็งยาวนานและต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจซบเซาในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัว ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำตลอดจน ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก มีผลทำให้กลุ่มบริษัทฯประสบผลขาดทุน ซึ่งฝ่ายบริหารได้ เล็งเห็นความรุนแรงของปัญหาเหล่านี้ และได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งใน ระยะสั้นและในระยะยาว โดยปรับโครงสร้างการบริหารให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดรายจ่ายและเพิ่มความเข้มแข็งทางธุรกิจ ดังนี้

ปรับเปลี่ยนการบริหารองค์กรของบริษัทฯครั้งใหญ่ โดยการปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการแต่งตั้งผู้บริหารในองค์กรให้ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ 3 ท่าน ทำหน้าที่ดูแลสายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม สายธุรกิจผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และสายธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนโดยตรง เพื่อให้การบริหารสายธุรกิจทั้งสามสายมีความกระชับ รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน นอกจากนั้น บริษัทฯยังเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลพร้อมทั้งคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญตรงตามสายงาน ที่รับผิดชอบมาทำงานในตำแหน่งระดับบริหาร รวมถึงปรับขนาดองค์กร ลดจำนวนพนักงานให้เหมาะสมตามความจำเป็น ชะลอการลงทุนใน โครงการที่ไม่เร่งด่วนและเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติการลงทุนใหม่ ตลอดจนดูแลการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างใกล้ชิดโดย การเร่งรัดการเก็บหนี้การค้า ลดและระบายสินค้าคงคลัง ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และลดภาระเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนั้น บริษัทฯได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านสายธุรกิจผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม บริษัทฯมีเป้าหมายที่จะขยายการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวที่คุ้มค่า โดยเน้นการ รักษาฐานลูกค้าสำคัญๆ ภายในประเทศไทยและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า บริษัทฯได้วางกลยุทธ์ระยะยาว 5 ปีในการพัฒนาธุรกิจนี้โดย มุ่งกระจายฐานลูกค้า ลดการพึ่งพาลูกค้าน้อยรายและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ

ด้านสายธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนหรือผลิตภัณฑ์เมลามีน จากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังชะลอตัว บริษัทฯ ได้ปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าของสำนักงานขายตรงที่ไม่สร้างผลกำไรไป 5 แห่ง ในขณะที่ในปี พ.ศ. 2563 นี้ จะขยายการลงทุนและสร้างโรงงาน แห่งที่ 4 ในประเทศเวียดนาม เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เมลามีน เนื่องจากแนวโน้มตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เมลามีนในประเทศเวียดนามกำลังขยายตัว และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านสายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม บริษัทฯมุ่งเน้นพัฒนาความเป็นเลิศด้านงานวิศวกรรมโดยเสริมสร้างเทคโนโลยีและเพิ่ม นวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งปรับส่วนผสมกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Portfolio) ให้สามารถแข่งขันใน ตลาดและได้รับกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ตลอดจนลดจำนวนสินค้าคงคลังให้เหลือเท่าที่จำเป็น

สำหรับแผนงานในปีต่อไป บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพภายใต้ผังโครงสร้างองค์กรใหม่และเสริม ทีมผู้บริหารและวิศวกรรุ่นใหม่พร้อมกับการพัฒนาความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาว ทั้งในด้านงานขายและการผลิต ตลอดจนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้อย่างเหมาะสม การพัฒนาสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการใช้จ่ายลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อให้บริษัทฯ สามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีผลประกอบการที่ดีท่ามกลางวิกฤตต่างๆ ภายในประเทศไทยและทั่วโลกซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ที่บริษัทฯไม่ได้นิ่งนอนใจและเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญอยู่เสมอ

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท คู่ค้า ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มบริษัทศรีไทยฯที่ให้การสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้กลุ่มบริษัทฯมาโดยตลอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ อย่างไรก็ดี ผมเชื่อมั่นว่าการปรับตัวของกลุ่มบริษัทฯในครั้งนี้ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดย ตลอดโดยคำนึงถึงสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จะทำให้บริษัทฯสามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้พร้อมกับการเติบโต อย่างยั่งยืนในอนาคต

นายสนั่น อังอุบลกุล

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ